จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ 739523










           เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 ที่ลานกิจกรรมสมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรชลบุรี ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี “นายกเป้า”  นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง หัวหน้ากลุ่ม Change Chonburi ว่าที่ผู้สมัครนายกอบจ.ชลบุรี พร้อมด้วย  นายพายุ เนื่องจำนงค์ แกนนำและคณะทำงานกลุ่ม Change Chonburi พร้อมทีมงานว่าที่ผู้สมัครส.อบจ.ชลบุรี ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “แรลลี่การกุศล”เพื่อนำเงินรายได้ไปมอบให้ชมรมคนพิการบ่อทอง และนำเงินไปมอบให้คณะครูโรงเรียนบ้านธรรมรัตน์ เพื่อใช้เป็นกองทุนโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน    โดยมีแนวร่วมเป็นแกนนำพลังมวลชนประมาณกว่า 300 คน จากหลายอำเภอในจังหวัดชลบุรี  อาทิ อ.เมือง  อ.ศรีราชา อ.บ้านบึง อ.พนัสนิคม อ.หนองใหญ่ อ.บ่อทอง อ.บางละมุง อ.สัตหีบ อ.พานทอง อ.เกาะจันทร์  ได้สวมเสื้อสีน้ำเงินแถบส้ม สกรีนอักษรที่เสื้อว่า   “Change Chonburi”  นำรถยนต์ส่วนตัวติดสติ๊กเกอร์  Change Chonburi จำนวนกว่า 130 คัน มาร่วมกิจกรรมแรลลี่กุศลในครั้งนี้   โดยเส้นทางที่ผู้จัดได้ใช้ในการเดินทางเริ่มตั้งแต่ ออกจากสมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรชลบุรี ใช้เส้นทางถนนสายบ้านบึง-เนินโมก  ผ่านสี่แยกหนองเสม็ด เลี้ยวซ้ายเข้าไปที่อ.บ่อทอง ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร  ขบวนรถจะวิ่งเคลื่อนขบวนไปที่จุดพบบริเวณเต็นท์ข้างห้องประชุมที่ว่าการอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี โดยมี ชมรมคนพิการบ่อทองจำนวนกว่า 100 คน คอยให้การต้อนรับ จากนั้น นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง พร้อมด้วย นายพายุ เนื่องจำนงค์ ได้ช่วยกันเรี่ยไรเงินจากผู้ร่วมกิจกรรมได้เงินจำนวน 68,465 บาทมอบให้ตัวแทนชมรมคนพิการบ่อทอง เพื่อนำไปใช้ในภารกิจที่จำเป็นและเกิดประโยชน์สูงสุด  จากนั้นคณะแรลลี่การกุศล  กลุ่ม Change Chonburi   ได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านธรรมรัตน์ พร้อมทั้งได้มอบเงินจำนวน 50,000 บาทให้กับนายธรรมศักดิ์ นิติธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อนำไปใช้สนับสนุนอาหารกลางวัน นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา  พร้อมได้ชูนโยบายของ กลุ่ม Change Chonburi ว่าถ้าพี่น้องชาวชลบุรี ไว้วางใจเลือกเข้าไปทำงานบริหารใน อบจ.ชลบุรี  จะยกระดับมาตรฐานการศึกษาทั้งจังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ในระดับประถม ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา ทุกโรงเรียนจะมีมาตรฐานการศึกษาเท่าเทียมกัน  เพื่อเป็นการลดปัญหาไม่ต้องให้นักเรียนต้องเดินไปเรียนต่อในตัวเมืองเป็นการลดภาระให้ผู้ปกครอง      ต่อมา นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ได้นำคณะแรลลี่ กลุ่ม Change Chonburi เดินทางไปยัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก  ตั้งอยู่ที่บริเวณ ม.4- ม.5 ต.วัดสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี  บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ ซึ่งบริเวณดังกล่าวได้มีการปลูกสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ มีความสูง 3 ชั้น และยังมีอาคารโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ความกว้างขนาด 60x100 เมตร มีป้ายติดภายในอาคารว่า อาคารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี งบประมาณปี 2549  วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ่อทองพัฒนา  393 ม.4 ต.เกษตรสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี และแฟลตอาคารที่พักคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด ความสูง 3 ชั้น ความยาว 100 เมตร กว้าง 30 เมตร  ถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง ทำให้มีต้นไม้ขนาดใหญ่และหญ้าขึ้นปกคลุมตัวอาคาร
            “กำนันบุ๊น” นายปรีชา ตั้นวิเศษ อดีตอุปนายก สมาคมเกษตรกรภาคตะวันออก ชาวบ้านอ.บ่อทอง  กล่าวว่าในส่วนที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก  ชาวบ่อทองเรียกตรงนี้ว่า ทุ่งปืนแตก เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ เดิมมีเนื้อที่ 700 กว่าไร่ ก่อนจะสร้างก็ให้คนที่บุกรุกครอบครองที่ดินบริเวณนี้ ภาครัฐได้มีการตัดแบ่งให้เพื่อให้เป็นที่อยู่เหลือจริง ๆ ตรงนี้ 600 ไร่  อาคารที่เห็นอยู่ด้านหลังนี้คืออาคารเรียนของวิทยาเขตราชมงคลภาคตะวันออก สร้างเมื่อประมาณปี 2549 ก่อนสมัย “นายกใช้”นายภิญโญ ตั๊นวิเศษ อดีตนายกอบจ.ชลบุรี หลังจาก “นายกใช้”ออกจากตำแหน่งนายอบจ.ชลบุรี  ก็ได้มอบโครงการนี้ให้ นายวิทยา คุณปลื้ม นายกอบจ.ชลบุรีคนปัจจุปัน แต่เขาไม่รับเขาอ้างว่า “นายกใช้” ทำโครงการนี้โดยพละการ รับไว้ก็ผิดกฎหมาย ทำให้พื้นที่ตรงนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างมาตั้งแต่นายวิทยา เข้ามาเป็นนายกอบจ.ชลบุรี  ก็ประมาณ 14 ปีกว่า ๆ   นายจิรวุฒิ กล่าวเสริมว่า การก่อสร้างโครงการนี้ใช้งบประมาณ อบจ.ชลบุรี เป็นเงินประมาณ 400 ล้านบาท พอ “นายกใช้”ลงจากเก้าอี้ นายกอบจ.ชลบุรี นายวิทยา เข้ามารับตำแหน่งต่อ เขาก็ไม่ใช้ ไม่ทำต่อ อ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย  แต่เงินที่ใช้ไปแล้ว 400 ล้าน เป็นเงินอบจ.ชลบุรี ก็คือเงินภาษีพี่น้องชาวชลบุรีนั่นแหละ  ตอนจะมอบตัวอาคารให้กับวิทยาเขตฯ ขาดเพียงแค่อุปกรณ์การเรียนกับเครื่องจักรกลทางการเกษตร  ทางมหาวิทยาลัยฯ เขาก็ของบจากอบจ.ชลบุรี เพิ่มอีกประมาณ 100 ล้าน เพื่อไปซื้ออุปกรณ์การศึกษา การเกษตร รวมทั้งจะให้ย้ายสถานศึกษาที่ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ให้นักเรียนได้มาเรียนที่นี่ แต่ตัวนายกวิทยา เขาก็ไม่สนับสนุนงบที่ทางวิทยาเขตฯขอมา  ทางวิทยาเขตฯ เขาจึงไม่รับ อาคารก็เลยถูกปล่อยทิ้งไว้กลายเป็น “ประติมากรรม” ให้คนบ่อทอง คนชลบุรี เอาไว้ดูต่างหน้า  ตรงนี้มีอาคารทั้งหมด 6 อาคารที่สร้างเสร็จแล้ว ปัจจุปันได้เสื่อมสภาพเสียหายแต่โครงสร้างก็ยังใช้การได้   ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานที่แห่งนี้จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อคนชลบุรี  นายปรีชา กล่าวว่าถ้ามีเงินมาสนับสนุนก็สามารถใช้เป็นสถานที่เรียนหนังสือได้แล้ว  เพราะว่าเวลานี้ วิทยาเขตราชมงคล เขามีการตั้ง ผอ.รอง ผอ.ตั้งมาหมดแล้ว เอานักศึกษามาจากวิทยาเขตบางพระมาทำกิจกรรมอยู่   ทุกอย่างตรงนี้มันพร้อมไปหมด ถ้ามีเงินมีงบประมาณมาก็ดำเนินการได้ทันที  แต่วันนี้ต้องปรับปรุงใหม่เพราะถูกปล่อยให้มันชำรุด    นายจิรวุฒิ กล่าวอีกว่า การปรับปรุงวิทยาเขตราชมงคลภาคตะวันออกแห่งนี้ เป็นนโยบายอีกด้านหนึ่งของกลุ่ม Change Chonburi   พวกเราจะเข้ามาดำเนินการแก้ไขให้ใช้งานได้ทันที จะพัฒนาให้เป็นแหล่งพัฒนาความรู้ของเกษตรกร  พื้นที่ 600 ไร่  สามารถพัฒนาใช้เป็นหน่วยราชการ เป็นศูนย์ประชุมขนาดใหญ่  สถานที่ฝึกอบรมได้  นอกจากนี้ยังพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวภาคเกษตรกรรมก็ทำได้  ผมขอยืนยันว่า กลุ่ม Change Chonburi ถ้าได้รับความไว้วางใจจากชาวบ่อทอง ชาวชลบุรี ให้เข้ามาบริหารงานในอบจ.ชลบุรี จะดำเนินการสานต่อโครงการนี้ให้สำเร็จทันที  เพื่อให้ อ.บ่อทองได้มีมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นที่นี่  นักเรียนจบ.การศึกษาม.ปลายในเขต อ.บ่อทอง อ.เกาะจันทร์ อ.หนองใหญ่ อ.บ้านบึง อ.พนัสนิคม ก็สามารถมาเรียนศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ที่นี่ได้ 
ภาพ-ข่าว/ธนา ข่าวชลออนไลน์

Pin It