จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ 739511











        เมื่อเวลา​ 09.00​ น.วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2563​ ที่เรือนจำกลางจังหวัดชลบุรี​  เลขที่​ 123​ ม.4​ ต.คลองกิ่ว​ อ.บ้านบึง​ จ.ชลบุรี​  นายโฆสิต สุวินิจจิต ประธานอนุกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการจุดตั้งนิคมอุตสหากรรมราชทัณฑ์ พร้อมคณะ​ นายจิรวุฒิ​ สิงห์โตทอง​ นายกสมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรชลบุรี​ ผู้สนับสนุนเรือนจำกลางจ.ชลบุรี​, ตัวแทนสภาอุตสาหกรรม​ จ.ชลบุรี​ ฯลฯ​  ได้ร่วมประชุมเพื่อศึกษาแนวทางการจัดตั้งนิคม อุตสาหกรรมราชทันฑ์เรือนจำกลางชลบุรี  โดยมี  ดร.ชาญ วชิรเดช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางชลบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เรือนจำ ให้การต้อนรับ
        สืบเนื่อง​ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายให้ผบ.เรือนจำทั่วประเทศ​ ได้ฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขังและนักโทษภายในเรือนจำ เพื่อเสริมสร้างทักษะในการประกอบอาชีพ​ ปรับเปลี่ยนความประพฤติ​ นิสัยก่อนพ้นโทษ​ และได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม​ ราชทัณฑ์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการดังกล่าว
         นายโฆสิต สุวินิจจิต ประธานอนุกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการจัดตั้งนิคมอุตสหากรรมราชทัณฑ์ พร้อมคณะอนุกรรมการ​ จึงได้ลงพื้นที่เรือนจำกลางจังหวัดชลบุรี ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี​ เนื่องจากดร.ชาญ​ วชิรเดข ผบ.เรือนจำกลางจังหวัดชลบุรี มีแผนงานโครงการฝึกวิชาชีพด้านอุตสาหกรรมในพื้นที่เรือนจำกลางชลบุรี​   ซึ่งมีผลกระดำเนินงานคืบหน้าไปอย่างมาก
     สำหรับเรือนจำกลางชลบุรี เดิมตั้งอยู่ที่ถนนวชิรปราการ ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 ได้ย้ายมาอยู่ที่​ 123​ ม.4​  ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ จำนวน 291 ไร่ 42 ตารางวา ปัจจุบันมีผู้ต้องขัง จำนวน 7,185 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563) และใช้พื้นที่จำนวน 85 ไร่ จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 2 โรงงาน ซึ่งมีระยะเวลาก่อสร้าง 3 เดือน
       ดร.ชาญ​ กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมราชทันฑ์ เป็นศูนย์เตรียมความพร้อมผู้ต้องขัง​ นักโทษก่อนปล่อยตัว​   ภายในศูนย์มีสถานที่ฝึกอบรมอาชีพ สถานที่ออกกำลังกาย มีสวนหย่อม ที่เยี่ยมญาติแบบเปิด เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติประชาชนที่มีกับเรือนจำ​  ทางเราไม่เน้นสร้างรายได้เข้าเรือนจำ แต่เน้นการสร้างงานให้กับผู้ค้องขังและนักโทษ​  ได้ฝึกอาชีพ ลดการกระทำผิดซ้ำ   ประสานกับผู้ประกอบการ (ศูนย์แคร์) เมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษออกไปก็จะได้มีงานทำทุกคน​ และผู้พ้นโทษ​ ยังจะได้รับเงินค่าอาหาร​  รถค่าเดินทาง​ กลับบ้าน​จาก​ "นายกเป้า" นายจิรวุฒิ​ สิงห์โตทอง​ นายกสมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรจ.ชลบุรี​ ที่ใช้เงินส่วนตัวตั้งเป็น​ "กองทุนพาเพื่อนกลับบ้าน​" เพื่อเป็นการเยียวยา​ ช่วยเหลือไม่ทอดทิ้งเพื่อนมนุษย์
ภาพ-ข่าว/ธนา ข่าวชลออนไลน์

Pin It